จั่วไพ่ใบที่สามเสมอ
ความรู้เชิงคำนวณ ไม่ใช่คำรับประกันผล
สูตรบาคาร่า
รวมสูตรคำนวณ เทคนิคการวางเดิมพัน การบริหารเงิน และแนวคิดที่ช่วยให้เข้าใจบาคาร่าอย่างเป็นระบบ
- สูตรช่วยให้คำนวณแต้ม อ่านกติกา และจัดขนาดเงินได้ชัดขึ้น
- ระบบเดิมพันเป็นวิธีเรียงไม้ ไม่ใช่เครื่องการันตีกำไร
- ความเข้าใจทางคณิตศาสตร์ไม่ได้ควบคุมผลสุ่มของไพ่แต่ละตา
- การบริหารทุนใช้ควบคุมความเสี่ยงและวินัย ไม่ได้ลบความได้เปรียบของเจ้ามือ
- ผลที่ออกไปแล้วไม่ได้สัญญาว่าตาถัดไปจะต้องเป็นฝั่งใด
01
สูตรบาคาร่าและสิ่งที่ควรรู้
คำว่าสูตรในที่นี้หมายถึงวิธีคิดที่ตรวจสอบได้ ไม่ใช่รหัสลับที่รู้ไพ่ใบหน้า
เมื่อคนพูดถึงสูตรบาคาร่า มักปนกันอย่างน้อยหกเรื่อง ทั้งกติกาจริงของเกม ตัวเลขทางคณิตศาสตร์ ตารางผลเก่า ระบบเรียงเงิน วินัยส่วนตัว และความเชื่อที่เล่าต่อกัน ถ้าไม่แยกให้ชัด วิธีนับแต้มซึ่งตอบได้แน่นอนจะไปปนกับวิธีรู้ตาถัดไปซึ่งไม่มีอยู่
หน้านี้วางศูนย์ความรู้สำหรับคำนวณและวางแผนไว้ใต้ชื่อ สูตรบาคาร่า แล้วควรเห็นขอบเขตของแต่ละเครื่องมือเมื่ออ่านจบ ว่าอะไรคำนวณได้แน่นอน อะไรเป็นเพียงวิธีจัดระเบียบเงิน และอะไรเป็นเพียงบันทึกของอดีต
- 01กติกา การนับแต้ม ลำดับการเปิดไพ่ และเงื่อนไขจั่วหรืออยู่
- 02การคำนวณ ความน่าจะเป็น House Edge ค่าคาดหมาย และขนาดไม้เป็นเปอร์เซ็นต์
- 03สถิติ ตารางผลย้อนหลังซึ่งบรรยายสิ่งที่เกิดแล้ว
- 04ระบบเดิมพัน วิธีเพิ่ม ลด หรือคงขนาดไม้ตามผลที่ผ่านมา
- 05วินัย การกำหนดทุน จุดหยุด และขนาดความเสียหายที่ยอมรับได้
- 06ความเข้าใจผิด ข้อกล่าวที่ฟังดูเป็นสูตร แต่ไม่มีฐานทางคณิตศาสตร์รองรับ
ก. สูตรที่เป็นกติกา
กฎที่โต๊ะใช้ตัดสินไพ่
กลุ่มนี้ตอบคำถามว่าแต้มคิดอย่างไร และเมื่อไรต้องจั่วใบเพิ่ม ตัวอย่างคือสูตรคำนวณแต้ม กฎไพ่ใบที่สามของ Player กฎของ Banker เงื่อนไขอยู่ และนิยามของ Natural กฎเหล่านี้แน่นอนเพราะเป็นข้อตกลงของเกม ไม่ได้ทำนายว่าตาหน้าจะออกฝั่งใด
ข. สูตรที่เป็นคณิตศาสตร์
ตัวเลขที่ใช้ประเมินความได้เปรียบ
กลุ่มนี้พูดถึงความน่าจะเป็นในระยะยาว House Edge ค่าคาดหมาย การคูณเปอร์เซ็นต์ของทุน และผลรวมของลำดับเดิมพัน ตัวเลขเหล่านี้ช่วยให้เห็นว่าเดิมพันแบบหนึ่งเสียเปรียบเท่าไรเมื่อเล่นจำนวนมากครั้ง มันไม่ใช่เครื่องมือล็อกผลของตาเดียว
ค. ระบบเดิมพัน
วิธีจัดไม้ ไม่ใช่สูตรชนะ
Flat Betting, Martingale, Fibonacci, Paroli และ 1-3-2-4 เป็นวิธีกำหนดว่าไม้ถัดไปจะเท่าเดิม เพิ่มขึ้น หรือกลับไปเริ่มใหม่ บางแบบเพิ่มเมื่อแพ้ บางแบบเพิ่มเมื่อชนะ สิ่งที่มีร่วมกันคือมันจัดรูปของเงินเดิมพัน House Edge ของแต่ละตาไม่ได้หายไปเพราะเปลี่ยนขนาดไม้
02
สูตรคำนวณแต้มบาคาร่า
แต้มใช้หลักหน่วยของผลรวมเท่านั้น ดอกไพ่ไม่มีค่า และไพ่รูปนับเป็นศูนย์
วิธีนับแต้มบาคาร่าสั้นมาก ไพ่ A นับ 1 ไพ่ 2 ถึง 9 นับตามหน้าไพ่ ส่วน 10, J, Q และ K นับ 0 ไม่นับเป็น 10 แบบเกมอื่น เมื่อบวกกันได้ตั้งแต่ 10 ขึ้นไป ให้ตัดหลักสิบทิ้ง เหลือแค่หลักหน่วย
จึงเขียนเป็นสูตรได้ว่า แต้มบาคาร่าเท่ากับผลรวมของแต้มไพ่ แล้วเหลือเศษจากการหารด้วย 10 ชุด 7 กับ 8 ได้ 15 จึงเหลือแต้ม 5 ไม่มีขั้นลับหลังจากนั้น และชุดที่รวมกันลงตัวที่ 10 จะได้แต้ม 0 ไม่ใช่แต้ม 10
| หน้าไพ่ | แต้มที่ใช้บวก |
|---|---|
| A | 1 |
| 2 ถึง 9 | ตามตัวเลขบนไพ่ |
| 10, J, Q, K | 0 |
7+8=15=แต้ม 5
9+6=15=แต้ม 5
8+2=10=แต้ม 0
K+Q=0=แต้ม 0
A+9=10=แต้ม 0
10+7=7=แต้ม 7
ถ้ามีไพ่ใบที่สาม ให้นำแต้มใบนั้นบวกเข้าไปแล้วตัดหลักสิบอีกครั้ง เช่น 9 + 4 + 1 = 14 จึงได้แต้ม 4 การบวกนี้บอกแต้มของชุดไพ่ที่มีอยู่แล้ว ไม่ได้บอกว่าใบต่อไปจะเป็นอะไร
03
สูตรไพ่ใบที่สาม
ในบาคาร่าแบบ Punto Banco ผู้เล่นไม่ได้เลือกจั่วเอง ตารางทำให้แทนทั้งสองฝั่ง
บทความนี้ใช้กติกาบาคาร่าที่การจั่วถูกกำหนดไว้ตายตัว ซึ่งเป็นแบบที่พบทั่วไป ทั้งในคาสิโนและโต๊ะออนไลน์ ส่วนบาคาร่าที่ให้ผู้เล่นตัดสินใจจั่วเองเป็นคนละกติกา อย่านำตารางนี้ไปใช้กับโต๊ะนั้น
แต่ละฝั่งได้รับไพ่สองใบก่อน ถ้าฝั่งใดฝั่งหนึ่งได้ 8 หรือ 9 จากสองใบแรก เรียกว่า Natural และตาจบทันที ไม่มีการจั่วใบที่สาม ถ้าไม่มี Natural ให้ดู Player ก่อนเสมอ แล้วค่อยให้ Banker ตัดสินจากไพ่ใบที่สามของ Player หากมีการจั่ว
ลำดับของหนึ่งตา
- แจกไพ่สองใบให้ Player และสองใบให้ Banker
- ถ้าฝั่งใดได้แต้ม 8 หรือ 9 ให้จบตา ไม่ว่าอีกฝั่งจะแต้มต่ำแค่ไหน
- ถ้าไม่มี Natural ให้ Player จั่วเมื่อแต้ม 0 ถึง 5 และอยู่เมื่อแต้ม 6 หรือ 7
- จากนั้น Banker จั่วหรืออยู่ตามตาราง ซึ่งขึ้นกับว่า Player จั่วหรือไม่ และใบที่จั่วมีแต้มเท่าไร
- เทียบแต้มสุดท้าย ฝั่งที่สูงกว่าเป็นผู้ชนะของตา แต้มเท่ากันคือเสมอ
กฎของ Player
อยู่ ไม่รับไพ่เพิ่ม
Natural จบตั้งแต่สองใบแรก
Natural หมายถึงแต้ม 8 หรือ 9 ที่มาจากไพ่สองใบแรกเท่านั้น ถ้าได้ 8 หรือ 9 หลังจากบวกใบที่สามแล้ว ไม่เรียกว่า Natural มันเป็นแค่แต้มสุดท้ายของตานั้น
เมื่อ Player ไม่อยู่ในช่วงจั่ว
ถ้า Player อยู่ด้วยแต้ม 6 หรือ 7 Banker จะไม่ดูตารางไพ่ใบที่สาม เพราะไม่มีใบที่สามให้ดู Banker จั่วเมื่อแต้มของตนเป็น 0 ถึง 5 และอยู่เมื่อเป็น 6 หรือ 7 กรณี 8 หรือ 9 ถูกตัดสินไปแล้วตั้งแต่ขั้น Natural
| แต้มสองใบแรกของ Banker | การกระทำ |
|---|---|
| 0 ถึง 5 | จั่ว |
| 6 หรือ 7 | อยู่ |
ตาราง Banker เมื่อ Player จั่วแล้ว
แถวคือแต้มสองใบแรกของ Banker หลักคือแต้มของไพ่ใบที่สามที่ Player ได้รับ คำว่าจั่วหรืออยู่ในช่องคือสิ่งที่กติกากำหนดไว้ ไม่ใช่คำแนะนำให้ลงเงิน
- 0–2จั่วเสมอ ไม่ว่าใบที่สามของ Player จะเป็นแต้มใด
- 3อยู่เมื่อใบที่สามเป็น 8 นอกนั้นจั่ว
- 4จั่วเมื่อใบที่สามเป็น 2, 3, 4, 5, 6 หรือ 7
- 5จั่วเมื่อใบที่สามเป็น 4, 5, 6 หรือ 7
- 6จั่วเมื่อใบที่สามเป็น 6 หรือ 7 เท่านั้น
- 7อยู่เสมอ
| แต้ม Banker | ใบที่ 3 = 0 | 1 | 2 | 3 | 4 | 5 | 6 | 7 | 8 | 9 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|
| 0, 1, 2 | จั่ว | จั่ว | จั่ว | จั่ว | จั่ว | จั่ว | จั่ว | จั่ว | จั่ว | จั่ว |
| 3 | จั่ว | จั่ว | จั่ว | จั่ว | จั่ว | จั่ว | จั่ว | จั่ว | อยู่ | จั่ว |
| 4 | อยู่ | อยู่ | จั่ว | จั่ว | จั่ว | จั่ว | จั่ว | จั่ว | อยู่ | อยู่ |
| 5 | อยู่ | อยู่ | อยู่ | อยู่ | จั่ว | จั่ว | จั่ว | จั่ว | อยู่ | อยู่ |
| 6 | อยู่ | อยู่ | อยู่ | อยู่ | อยู่ | อยู่ | จั่ว | จั่ว | อยู่ | อยู่ |
| 7 | อยู่ | อยู่ | อยู่ | อยู่ | อยู่ | อยู่ | อยู่ | อยู่ | อยู่ | อยู่ |
ตัวอย่างที่ตรวจตามตารางได้
Player ได้ 9 กับ 4 รวม 13 แต้มสองใบแรกคือ 3 จึงต้องจั่ว ได้ A ซึ่งนับ 1 รวมเป็น 14 แต้มสุดท้ายคือ 4
Banker ได้ 5 กับ K คิงนับ 0 จึงมีแต้ม 5 ใบที่สามของ Player คือ 1 แถว Banker แต้ม 5 จะจั่วก็ต่อเมื่อใบนั้นเป็น 4, 5, 6 หรือ 7 เพราะฉะนั้น Banker อยู่ที่แต้ม 5
4 เทียบกับ 5 ฝั่ง Banker ได้แต้มสูงกว่าในตานี้ ตัวอย่างนี้สอนลำดับกติกา ไม่ได้แปลว่าตาหน้าจะซ้ำแบบเดิม
ตัวอย่าง Natural ที่ห้ามจั่วต่อ
Player ได้ K กับ 9 เป็นแต้ม 9 Banker ได้ 2 กับ 2 เป็นแต้ม 4 แม้ Banker จะอยู่ในช่วงที่ปกติต้องจั่ว แต่ Natural 9 จบตาก่อนถึงขั้นนั้น ผู้ชนะของตาคือ Player
ตัวอย่างที่ Player อยู่ แล้ว Banker ต้องจั่ว
Player ได้ 7 กับ 9 รวม 16 แต้ม 6 จึงอยู่ Banker ได้ 3 กับ A รวมแต้ม 4 เมื่อ Player อยู่และ Banker มีแต้ม 0 ถึง 5 Banker ต้องจั่ว ยังไม่รู้ผู้ชนะจนกว่าจะเห็นใบที่สามของ Banker
04
การคำนวณ Player และ Banker
ชื่อทั้งสามคือประเภทเดิมพันและผลของตา ไม่ใช่ปุ่มที่ผู้เล่นใช้บังคับไพ่
Player คือฝั่งผู้เล่น Banker คือฝั่งเจ้ามือในกติกาของตานั้น และ Tie คือกรณีแต้มสุดท้ายเท่ากัน ผู้ลงเงินเลือกได้ว่าจะวางเดิมพันที่ผลใด แต่ไม่มีสิทธิ์สั่งให้ไพ่เป็นไปตามฝั่งที่เลือก
เมื่อตาจบ ให้นำแต้มสุดท้ายมาเทียบกันเท่านั้น ฝั่งที่มากกว่าเป็นผู้ชนะของตา ถ้าเท่ากันผลคือเสมอ ถ้าคุณเดิมพัน Player หรือ Banker แล้วตาออกเสมอ เงินเดิมพันฝั่งนั้นจะได้คืน ไม่นับเป็นแพ้หรือชนะ ส่วนเดิมพัน Tie จะได้ก็ต่อเมื่อตาเสมอจริง และจะเสียถ้าผลไม่เสมอ
ในกติกาที่พบบ่อย เดิมพัน Player จ่าย 1 ต่อ 1 เดิมพัน Banker ก็จ่าย 1 ต่อ 1 แต่มีการหักคอมมิชชันจากกำไรเมื่อ Banker ชนะ ที่อัตรา 5% หมายความว่าเดิมพัน Banker 100 บาทแล้วชนะ จะได้กำไร 95 บาท ไม่ใช่ 100 บาท คอมมิชชันไม่เปลี่ยนว่าใครชนะตา มันเปลี่ยนเฉพาะเงินที่จ่าย
Player
7
เทียบกับ
Banker
5
ผลของตัวอย่างนี้
Playerตัวอย่างสมมติเพื่อให้เห็นวิธีเทียบแต้ม ไม่ใช่ผลจากโต๊ะจริง และไม่ได้ชี้ว่าควรลงเงินฝั่งใดในตาถัดไป
- Natural 9 ต่อแต้ม 4 Player ได้ K กับ 9 ส่วน Banker ได้ 4 จากสองใบแรก ตาจบทันที Player ได้แต้มสูงกว่า และ Banker ไม่ได้จั่วทั้งที่แต้มต่ำ
- Natural เท่ากัน ถ้าทั้งสองฝั่งได้ 8 หรือทั้งคู่ได้ 9 ผลคือเสมอ ไม่มีการจั่วเพิ่ม
- แต้ม 8 จากสามใบ ไม่เรียกว่า Natural 8 มันเป็นแต้มสุดท้ายธรรมดา แล้วจึงนำไปเทียบกับอีกฝั่ง
05
House Edge และความน่าจะเป็น
House Edge คือส่วนที่ทำให้ค่าเฉลี่ยระยะยาวเอียงเข้าหาเจ้ามือ ไม่ใช่โควตาของตาหน้า
ความน่าจะเป็นบอกน้ำหนักของแต่ละผลเมื่อมองการแจกจำนวนมาก ส่วน House Edge หรือความได้เปรียบของเจ้ามือ บอกว่าหลังจากคิดอัตราจ่ายแล้ว ผู้เดิมพันคาดว่าจะเสียเฉลี่ยกี่หน่วยต่อเงินเดิมพันหนึ่งหน่วย ตัวเลขติดลบของผู้เล่นไม่ได้แปลว่าทุกช่วงสั้น ๆ ต้องขาดทุน และไม่ได้แปลว่าตาถัดไปถูกล็อกผลไว้แล้ว
ตัวเลขด้านล่างเป็นค่าอ้างอิงของบาคาร่า 8 สำรับ กติกาจั่วแบบมาตรฐาน และคอมมิชชัน Banker 5% ซึ่งเป็นชุดกฎที่ถูกคำนวณและเผยแพร่อย่างกว้างขวาง ถ้าโต๊ะใช้ 6 สำรับ เปลี่ยนอัตราคอมมิชชัน หรือจ่ายเสมอไม่เท่ากับ 8 ต่อ 1 ตัวเลขจะขยับ ต้องอ่านกติกาบนผ้านั้น ไม่ควรยกเลขนี้ไปครอบทุกโต๊ะ
สัดส่วนระยะยาวภายใต้เงื่อนไขเดียวกันอยู่ราวนี้ Banker ชนะประมาณ 45.86% Player ชนะประมาณ 44.62% และเสมอประมาณ 9.52% นี่คือสัดส่วนของการแจกทั้งสำรับ ไม่ใช่โอกาสสำเร็จรูปของตาถัดไปหลังเห็นผลเก่า และยังไม่ได้พูดถึงคอมมิชชัน เพราะคอมมิชชันอยู่ในเงินที่จ่าย
ค่าคาดหมาย อธิบายด้วยตัวเลขที่ตรวจเองได้
ค่าคาดหมาย = ผลรวมของ (ความน่าจะเป็นของแต่ละผล × เงินได้เสียสุทธิของผลนั้น)
ถ้าได้ค่าติดลบ แปลว่าเมื่อวางเดิมพันแบบเดิมซ้ำจำนวนมากครั้ง ผลเฉลี่ยโน้มไปทางขาดทุน ใช้ตัวเลขปัดสี่ตำแหน่งของฝั่ง Player เพื่อให้บวกเองได้
เดิมพัน Player 100 บาท จึงมีค่าคาดหมายติดลบราว 1.24 บาทต่อการเดิมพันหนึ่งครั้ง เมื่อมองเป็นค่าเฉลี่ยระยะยาว ไม่ใช่บิลของคืนใดคืนหนึ่ง
Banker ชนะถี่กว่าเล็กน้อย เพราะได้ตัดสินจั่วหลังจากเห็นใบที่สามของ Player แล้ว แต่กำไรเมื่อชนะถูกหักคอมมิชชัน ที่อัตรา 5% เงินชนะจึงไม่เต็ม 1 เท่า ผลสุทธิยังติดลบสำหรับผู้เล่น โดยค่าอ้างอิงที่ละเอียดกว่าตัวเลขปัดอยู่ที่ประมาณ 1.06% การที่เสียเปรียบน้อยกว่า Player ไม่ได้แปลว่าได้เปรียบเจ้ามือ
เดิมพัน Tie คนละเรื่องกับสองฝั่งแรก เพราะจ่ายสูงและเกิดน้อยกว่ามาก ถ้าจ่าย 8 ต่อ 1 เดิมพัน 100 บาทแล้วถูก จะได้กำไร 800 บาท แล้วยังได้เงินต้นคืน แต่โอกาสไม่เสมอมีน้ำหนักมากกว่า ใช้ตัวเลขปัดชุดเดียวกันจะได้ 0.0952 × 8 = 0.7616 และ 0.9048 × (−1) = −0.9048 รวมประมาณ −0.1432 หรือ 14.32% ค่าที่อ้างอิงจากการคำนวณละเอียดกว่าอยู่ที่ประมาณ 14.36% ส่วนต่างมาจากการปัดเศษ บางโต๊ะจ่าย 9 ต่อ 1 ซึ่งทำให้ตัวเลขเปลี่ยน ต้องดูอัตราบนโต๊ะนั้น
ความน่าจะเป็นจึงไม่ใช่คำทำนาย สาย Banker ห้าตาไม่ได้สร้างภาระให้ตาที่หกต้องเป็น Player และก็ไม่ได้การันตีว่าจะเป็น Banker ต่อ สำรับมีการจั่วโดยไม่ใส่คืน ส่วนผสมไพ่ที่เหลือจึงเปลี่ยนได้บ้าง แต่การเปลี่ยนนั้นไม่เท่ากับกฎที่ว่าสายยาวต้องขาดในตาถัดไป
06
สูตรบริหารเงินเดิมพัน
งานของสูตรนี้คือกำหนดขนาดไม้และจุดหยุดก่อนลงเงิน ไม่ใช่สร้างความได้เปรียบใหม่
Bankroll คือเงินก้อนที่แยกไว้สำหรับการเล่นครั้งหนึ่งหรือช่วงหนึ่ง ยูนิตคือขนาดไม้พื้นฐานที่คุณนิยามเอง การบริหารเงินช่วยให้รู้ว่ากำลังเสี่ยงกี่ส่วนของทุนก้อนนั้น และช่วยให้หยุดได้เมื่อถึงเส้นที่ขีดไว้ตั้งแต่ต้น
มันทำไม่ได้สามอย่าง ไม่ได้ลบ House Edge ไม่ได้รับประกันกำไร และไม่ได้บอกว่าตาหน้าจะออกฝั่งใด ตัวอย่างทั้งหมดด้านล่างเป็นโจทย์เรียนด้วยเลขกลม ไม่ใช่คำแนะนำให้ใช้เงินจำนวนนี้ และไม่ใช่แผนการเงินส่วนบุคคล
ตัวอย่างเพื่อการเรียนเท่านั้น 1,000 × 2% = 20 จึงได้ไม้ละ 20 บาทเท่ากับยูนิตในตาราง จุดตัดขาดทุน 200 บาทเท่ากับ 10 ยูนิต หรือ 20% ของทุนก้อนนี้ ไม่ได้แปลว่าต้องใช้เลขเหล่านี้ในการเล่นจริง
แถบสิบช่องแทนทุน 1,000 บาท ช่องละ 100 บาท สองช่องสีส้มคือตัวอย่างจุดตัดขาดทุน 200 บาท หนึ่งยูนิต 20 บาทเล็กกว่าหนึ่งช่อง เพราะหนึ่งช่องจุได้ห้ายูนิต
1. ไม้คงที่
ทุกตาใช้ 1 ยูนิตเท่ากัน ในตัวอย่างคือ 20 บาทตลอด ถ้าแพ้สิบตาจะเสีย 200 บาทพอดี จึงนับจุดหยุดได้ตรงไปตรงมา ข้อจำกัดคือไม้คงที่ไม่ได้เอาเงินที่เสียไปคืนให้เร็วขึ้น และยังเจอ House Edge ทุกตา
2. ไม้เป็นเปอร์เซ็นต์
แทนที่จะล็อก 20 บาทไว้ตลอด บางคนคิดไม้ใหม่จากทุนที่เหลือ เช่นทุนลดเหลือ 800 บาท แล้วใช้ 2% จะได้ 16 บาท ไม้จึงเล็กลงเมื่อทุนลด และใหญ่ขึ้นเมื่อทุนเพิ่ม วิธีนี้ช่วยไม่ให้ขนาดไม้แข็งทื่อเมื่อก้อนเงินเปลี่ยน แต่ไม่ได้ทำให้ค่าคาดหมายกลายเป็นบวก
3. การแบ่งทุนก้อนใหญ่
ทุน 1,000 บาทในตัวอย่างแบ่งเป็นสิบส่วน ส่วนละ 100 บาทได้ การแบ่งแบบนี้มีไว้เพื่อไม่นำทั้งก้อนไปวางบนโต๊ะในคราวเดียว สมมติว่ากำหนดให้หนึ่งช่วงใช้ได้ไม่เกินสองส่วน หรือ 200 บาท เมื่อครบก็หยุดช่วงนั้น โครงสร้างนี้เป็นกรอบวินัย ไม่ใช่สูตรเพิ่มโอกาสชนะ
4. จุดตัดขาดทุน และจุดหยุดเมื่อได้ตามเป้า
จุดตัดขาดทุนคือเส้นที่ขาดแล้วเลิก ไม่ตามเอาคืน จุดหยุดเมื่อได้ตามเป้าคือเส้นที่พอแล้วก็เลิก แม้จะยังอยากเล่นต่อ ทั้งสองเส้นต้องถูกกำหนดก่อนเริ่ม จึงจะกันการตัดสินใจตอนอารมณ์นำ มันไม่สร้างกำไรให้เกิดขึ้นเอง แค่จำกัดเวลาและจำนวนเงินที่เปิดรับความเสี่ยง
5. เพดานความเสียหายของทั้งลำดับ
ก่อนใช้ระบบที่ทบไม้ ให้บวกเงินทุกขั้นว่าต้องใช้เท่าไรถ้าแพ้ติดต่อกันจนสุดลำดับที่ออกแบบไว้ ในตัวอย่างมาร์ติงเกลที่เริ่ม 20 บาท ลำดับ 20, 40, 80, 160, 320 และ 640 รวมกัน 1,260 บาท ซึ่งมากกว่าระทุน 1,000 บาท แปลว่าลำดับนี้ขาดก่อนจะทำงานครบ แม้ยังไม่พูดถึงลิมิตของโต๊ะ
07
ระบบการเดิมพันที่พบบ่อย
ทุกตัวอย่างคิดแบบจ่าย 1 ต่อ 1 เพื่อให้เห็นโครงของระบบ ถ้าแทง Banker ที่มีคอมมิชชัน ไม้ที่ชนะจะได้ไม่เต็มหนึ่งเท่า
01
Flat Betting
เดิมพันเท่าเดิมทุกตา เช่น 20 บาทตลอดทั้งช่วง
- ตัวอย่าง
- สิบตาใช้ไม้ละ 20 บาท ถ้าแพ้ครบสิบตาจะเสีย 200 บาท ถ้านับจุดหยุดที่ 200 บาทก็รู้ทันทีว่าครบเส้น
- จุดที่จัดการง่าย
- ขนาดความเสี่ยงต่อตาคงที่ จึงนับทุนและจุดหยุดได้โดยไม่ต้องไล่ลำดับทบ
- ข้อจำกัด
- ไม่ได้เร่งเอาเงินที่เสียคืน และไม่ได้เปลี่ยน House Edge ผลเฉลี่ยระยะยาวยังโน้มตามความได้เปรียบของเจ้ามือ
- ความเสี่ยง
- ช่วงสั้นยังชนะหรือแพ้ได้เป็นก้อน การที่ไม้ไม่เพิ่มไม่ได้แปลว่าขาดทุนไม่ได้
02
Martingale
แพ้แล้วเพิ่มไม้เป็นสองเท่า ชนะแล้วกลับไปไม้เริ่มต้น แนวคิดคือถ้าจ่ายเต็ม 1 ต่อ 1 การชนะหนึ่งครั้งจะครอบคลุมขาดทุนของลำดับนั้นและเหลือกำไรเท่าไม้แรก
| จำนวนครั้งที่แพ้มาแล้ว | ไม้ถัดไป | เงินรวมถ้าไม้ถัดไปแพ้ด้วย |
|---|---|---|
| 0 | 20 | 20 |
| 1 | 40 | 60 |
| 2 | 80 | 140 |
| 3 | 160 | 300 |
| 4 | 320 | 620 |
| 5 | 640 | 1,260 |
- จุดที่คนมองว่าน่าใช้
- ถ้าลำดับจบด้วยการชนะ และได้เงินเต็ม 1 เท่าจริง จะกลับมาเหลือกำไรเท่าไม้แรกหลังหักไม้ที่แพ้ไป
- ข้อจำกัดหลัก
- ไม้โตเร็วมาก ทุน 1,000 บาทในตัวอย่างรับลำดับจนถึงไม้ 640 ไม่ไหว เพราะต้องใช้รวม 1,260 บาท ลิมิตสูงสุดของโต๊ะก็ตัดลำดับได้เช่นกัน
- คอมมิชชัน
- ถ้าแพ้ Banker 20 แล้วชนะไม้ 40 ภายใต้คอมมิชชัน 5% กำไรของไม้หลังคือ 38 ไม่ใช่ 40 หักขาดทุนไม้แรกแล้วเหลือ 18 ไม่ครบ 20 ตามภาพในใจของระบบ
- ความเสี่ยง
- ระบบนี้มักได้กำไรก้อนเล็กหลายครั้ง แล้วเสี่ยงเสียก้อนใหญ่ในสายแพ้ที่ยาว House Edge ยังอยู่ทุกตา มันไม่ได้ถูกลบเพราะทบไม้
03
Fibonacci
ลำดับฟีโบนัชชีเป็นลำดับจำนวน ไม่ได้ถูกสร้างมาเพื่อบาคาร่า คนนำมาใช้เรียงขนาดไม้ในภายหลัง ลำดับที่ยูนิตเริ่มต้นคือ 1, 1, 2, 3, 5, 8, 13 แบบที่พบบ่อยจะขยับไปข้างหน้าหนึ่งขั้นเมื่อแพ้ และถอยกลับสองขั้นเมื่อชนะ
- ตัวอย่างด้วยไม้ละ 20 บาท
- แพ้ 20 แพ้ 20 แพ้ 40 แพ้ 60 รวมเสีย 140 ไม้ถัดไปคือ 100 ถ้าชนะที่จุดนี้แบบจ่ายเต็ม 1 ต่อ 1 จะได้คืน 100 แต่ยังขาดอีก 40 เมื่อเทียบกับที่เสียไป
- จุดที่ต่างจาก Martingale
- ไม้เพิ่มช้ากว่าการคูณสองทุกครั้ง จึงใช้ทุนก้อนน้อยกว่าในช่วงต้นของสายแพ้
- ข้อจำกัด
- การชนะครั้งเดียวไม่ได้ล้างขาดทุนทั้งสายเสมอไป และคนสอนระบบนี้ไม่ได้ใช้วิธีถอยลำดับเหมือนกันทุกแหล่ง ต้องรู้กติกาของลำดับที่ตนใช้อยู่
- ความเสี่ยง
- สายแพ้ยาวพอ ไม้ยังโตจนชนลิมิตหรือทุนได้ House Edge ไม่ได้ลดลง
04
Paroli
บางคนเรียกระบบนี้ว่ามาร์ติงเกลกลับด้าน เพราะเพิ่มไม้หลังชนะ ไม่ใช่หลังแพ้ แบบสามขั้นที่พบบ่อยคือเริ่ม 1 ยูนิต ชนะแล้วแทง 2 ชนะอีกจึงแทง 4 แล้วกลับไปเริ่มใหม่ ถ้าแพ้ระหว่างทางก็กลับไปไม้แรก
| สิ่งที่เกิดขึ้น | ผลสุทธิ |
|---|---|
| แพ้ไม้แรก | −1 หน่วย |
| ชนะครั้งแรก แล้วแพ้ไม้สอง | −1 หน่วย |
| ชนะสองครั้ง แล้วแพ้ไม้สาม | −1 หน่วย |
| ชนะครบสามครั้ง | +7 หน่วย |
- จุดที่จัดการง่าย
- ลำดับที่เดินไม่จบจะเสียเท่าไม้แรกเท่านั้น ถ้าจ่ายเต็ม 1 ต่อ 1 ตามตารางนี้ กำไรจะมาจากช่วงที่ชนะต่อเนื่องครบสามครั้ง
- ข้อจำกัด
- ระบบทำให้เสียทีละน้อยและได้เป็นก้อนเมื่อสายชนะยาวพอ มันไม่ได้ทำให้สายชนะสามตากลายเป็นของที่สั่งได้
- ความเสี่ยง
- คอมมิชชันของ Banker ทำให้ตัวเลข +7 และ −1 ไม่ตรงตามตาราง เพราะไม้ที่ชนะได้ไม่เต็มหนึ่งเท่า และ House Edge ยังติดอยู่ทุกครั้งที่ลงเงิน
05
1-3-2-4
เป็นลำดับเพิ่มไม้หลังชนะเช่นกัน เริ่มที่ 1 หน่วย ถ้าชนะให้ต่อไป 3 แล้ว 2 แล้ว 4 ถ้าแพ้จุดใดจุดหนึ่งให้กลับไปที่ 1 ทันที
| จุดที่ลำดับสะดุด | ผลสุทธิ |
|---|---|
| แพ้ไม้แรก | −1 หน่วย |
| ชนะไม้ 1 แล้วแพ้ไม้ 3 | −2 หน่วย |
| ชนะไม้ 1 และ 3 แล้วแพ้ไม้ 2 | +2 หน่วย |
| ชนะสามไม้แรก แล้วแพ้ไม้ 4 | +2 หน่วย |
| ชนะครบสี่ไม้ | +10 หน่วย |
- จุดที่คนยกให้
- ถ้าเดินถึงไม้สามได้ แม้ไม้สี่จะแพ้ ผลสุทธิของลำดับนั้นยังเป็นบวก 2 หน่วยภายใต้การจ่ายเต็ม 1 ต่อ 1
- จุดที่เปราะ
- ไม้ที่สองเสี่ยง 3 หน่วยทั้งที่เพิ่งได้มาเพียง 1 ถ้าแพ้ตรงนั้นจะติดลบ 2 หน่วย ซึ่งหนักกว่าการแพ้ไม้แรก
- ความเสี่ยง
- ตารางนี้เป็นบัญชีของลำดับ ไม่ใช่ความได้เปรียบเหนือเจ้ามือ ทุกตายังมีความน่าจะเป็นและ House Edge ของฝั่งที่ลงเงินอยู่เหมือนเดิม
ก่อนไล่ลำดับใด ๆ ให้กลับไปที่สูตรบริหารเงินเดิมพัน แล้วตรวจว่าทุนกับลิมิตโต๊ะรับไม้ขั้นสุดท้ายได้หรือไม่ ถ้ารับไม่ได้ ระบบนั้นไม่ได้ทำงานตามภาพที่วาดไว้
08
การอ่านสถิติและผลย้อนหลัง
ตารางบาคาร่าคือสมุดบันทึกของตาที่จบแล้ว ไม่ใช่เครื่องบอกตาที่ยังไม่เกิด
คนเรียกตารางเหล่านี้รวม ๆ ว่าโรด หรือตารางเค้าไพ่ แต่ละแบบบันทึกคนละอย่าง บีดโรดเรียงผลตามเวลา บิ๊กโรดยุบสายที่ออกฝั่งเดิมให้อยู่คอลัมน์เดียวกัน ส่วนบิ๊กอายบอย สมอลโรด และร็อกโรดหรือ Cockroach Road ไม่ได้เขียนว่าใครชนะตรง ๆ มันเปรียบเทียบรูปของบิ๊กโรดว่าโครงสร้างช่วงล่าสุดคล้ายของเก่าหรือไม่
โรดสายย่อยจะเริ่มบันทึกได้ก็ต่อเมื่อบิ๊กโรดมีข้อมูลมากพอ จึงไม่ได้มีความเห็นกับทุกตาตั้งแต่ต้นสำรับ สีหรือสัญลักษณ์ของมันบอกความสม่ำเสมอของแพตเทิร์นตามกฎของโรดนั้น ไม่ได้แปลว่าสีหนึ่งคือฝั่งที่ควรลงเงิน ห้องแต่ละแห่งอาจใช้สีไม่เหมือนกัน ต้องอ่านคำอธิบายบนจอของโต๊ะนั้น
ตัวอย่างลำดับสมมติ
ลำดับ 15 ตาที่ใช้สอนด้านล่างคือ Banker, Banker, Player, Player, Player, Banker, Banker, Banker, Player, Banker, Player, Player, Banker, เสมอ, Banker ไม่ได้มาจากโต๊ะจริง และใช้พยากรณ์ตาที่ 16 ไม่ได้
บีดโรด
เติมจากบนลงล่าง ครบหกแถวแล้วขึ้นคอลัมน์ใหม่ ตาเสมอมีช่องของตัวเอง
บิ๊กโรด
ฝั่งเดิมอยู่คอลัมน์เดิม เปลี่ยนฝั่งจึงขึ้นคอลัมน์ใหม่ ตาเสมอเป็นขีดทับบนช่องล่าสุด ไม่ได้เปิดคอลัมน์เอง
- Banker
- Player
- เสมอในบีดโรด
- ขีดทับบนวงในบิ๊กโรด = เสมอ
เหตุผลวิบัติของนักพนัน ข้อที่พบบ่อยคือ “Banker ออกมาหลายครั้งแล้ว ตาหน้าต้องเป็น Player” ผลเก่าไม่ได้สร้างภาระให้ตาถัดไปต้องสลับฝั่ง แม้ไพ่จะถูกจั่วจากสำรับเดียวกันโดยไม่ใส่คืน และส่วนผสมที่เหลือจะเปลี่ยนเล็กน้อย การเปลี่ยนนั้นก็ไม่ใช่กฎว่าสายยาวต้องขาดทันที การอ่านโรดจึงควรหยุดที่คำว่าบันทึก ไม่ควรข้ามไปคำว่าคำทำนาย
09
เทคนิคการเล่นอย่างมีเหตุผล
ถ้าระเลือกเล่น ข้อเหล่านี้ช่วยรักษาขอบเขต มันไม่ได้เพิ่มโอกาสเอาชนะเจ้ามือ
- กำหนดงบก่อนเริ่ม และใช้เฉพาะเงินที่แยกไว้แล้ว
- ตั้งเพดานขาดทุนเป็นจำนวนเงิน แล้วหยุดเมื่อถึงเส้นนั้น
- อย่าไล่ตามเงินที่เสียด้วยการเร่งไม้เพียงเพราะอยากเอาคืนในคืนนั้น
- อย่าเพิ่มเดิมพันเพียงเพราะเห็นสายแพ้ ขนาดไม้ควรมาจากแผน ไม่ใช่จากความหงุดหงิด
- อย่าอ่านลายบนตารางผลเก่าเป็นคำพยากรณ์ของตาถัดไป
- ถ้าวางแผนไว้ว่าจะใช้ไม้คงที่ ก็คงขนาดนั้นไว้ จะได้รู้ว่ากำลังเสี่ยงเท่าไร
- พักเป็นระยะ การเล่นยาวทำให้การนับแต้มและการตัดสินใจล้า
- อย่าเล่นขณะโกรธ เสียใจ เมา หรือต้องการใช้การพนันหนีอารมณ์
- อย่านำเงินค่าเช่า ค่าอาหาร ค่ายา หรือเงินที่ต้องใช้จ่ายจำเป็นมาลงเดิมพัน
- เข้าใจแต้ม กฎไพ่ใบที่สาม และอัตราจ่ายของโต๊ะนั้นให้ได้ก่อนลงเงิน
ถ้าเส้นที่ตั้งไว้เริ่มขยับเองทุกครั้งที่เสีย นั่นคือสัญญาณให้หยุด อ่านต่อได้ที่การเล่นอย่างมีความรับผิดชอบ
10
สูตรที่ไม่มีอยู่จริงและความเข้าใจผิด
ไม่มีสูตรคณิตศาสตร์ที่รู้ไพ่ใบถัดไปได้แน่นอน ล็อกฝั่งชนะได้ หรือลบ House Edge ได้
ความเข้าใจผิด
“Banker ออกมาห้าครั้ง ตาหน้าต้องเป็น Player”
ข้อเท็จจริง
ผลที่ผ่านมาไม่ได้สร้างภาระให้ตาถัดไปต้องออกอีกฝั่ง เรื่องนี้อธิบายไว้ในการอ่านสถิติและผลย้อนหลัง
ความเข้าใจผิด
“มีสูตรลับที่ทำให้ชนะได้ทุกตา ถ้ารู้จังหวะที่คาสิโนไม่บอก”
ข้อเท็จจริง
กติกาจั่วถูกเปิดเผยอยู่แล้ว และในแบบ Punto Banco ผู้เล่นไม่ได้มีจังหวะตัดสินใจจั่วให้เก่งกว่าโต๊ะ สิ่งที่เลือกได้คือฝั่งกับขนาดเงิน
ความเข้าใจผิด
“Martingale ไม่มีทางขาดทุน ถ้าทุนมากพอ”
ข้อเท็จจริง
ไม้คูณสองโตเร็วกว่าทุนที่เตรียมไว้บ่อยครั้ง และลิมิตโต๊ะตัดลำดับได้ แม้ลำดับจะจบด้วยการชนะ คอมมิชชันก็อาจทำให้ได้ไม่ครบตามที่ระบบวาดไว้
ความเข้าใจผิด
“ตารางเค้าไพ่บอกตาถัดไปได้”
ข้อเท็จจริง
โรดบันทึกหรือเปรียบเทียบโครงสร้างของผลเก่า ความสม่ำเสมอของลายไม่ได้เท่ากับภาระที่ตาถัดไปต้องเดินตามลายนั้น
ความเข้าใจผิด
“แทง Banker ทุกตาแล้วต้องได้กำไร เพราะ House Edge ต่ำกว่า”
ข้อเท็จจริง
ภายใต้คอมมิชชัน 5% ฝั่ง Banker เสียเปรียบน้อยกว่า Player จริง แต่ค่ายังติดลบสำหรับผู้เล่น การเสียเปรียบน้อยกว่าไม่ใช่ความได้เปรียบ
ความเข้าใจผิด
“นับแต้มเก่งแล้วควบคุมผลได้”
ข้อเท็จจริง
การนับแต้มทำให้รู้ว่าตาที่เปิดแล้วจบอย่างไร มันไม่เปิดเผยไพ่ที่ยังอยู่ในสำรับ และไม่เปลี่ยนอัตราจ่าย
11
เครื่องคำนวณแต้มบาคาร่า
ใส่ไพ่ที่มีอยู่แล้ว เพื่อดูผลรวมและแต้ม เครื่องนี้ไม่ทายใบต่อไป และไม่บอกให้ลงเงิน
Player
ยังไม่ได้เลือกไพ่
แต้มจากไพ่ที่เลือก —
Banker
ยังไม่ได้เลือกไพ่
แต้มจากไพ่ที่เลือก —
เลือกไพ่สองใบแรกของแต่ละฝั่งเพื่อเริ่มคำนวณ เครื่องนี้บวกเฉพาะไพ่ที่เลือก
ผลบนเครื่องคือเลขคณิตของไพ่ที่คุณเลือก ถ้าชุดไพ่ไม่ตรงจังหวะจั่ว เครื่องจะบอกไว้ มันไม่แนะนำฝั่งเดิมพัน ไม่บอกความน่าจะเป็นของรอบถัดไป และไม่รับประกันผลใด ๆ
12
FAQ
คำถามที่ช่วยแยกกติกาออกจากคำโฆษณา
ใช้จัดความเข้าใจเรื่องแต้ม กติกาการจั่ว ความน่าจะเป็น ขนาดไม้ และขอบเขตของทุน มันช่วยให้คำนวณสิ่งที่เกิดขึ้นแล้ว และวางแผนเงินก่อนลงเดิมพัน ไม่ได้ใช้เพื่อรู้ไพ่ใบที่ยังไม่เปิด
ไม่มี ในแบบที่ผู้เล่นเลือกได้แค่ฝั่งและขนาดเงิน House Edge ยังอยู่ ระบบเรียงไม้เปลี่ยนรูปร่างของเงินที่เสี่ยง ไม่ได้เปลี่ยนความน่าจะเป็นของตาถัดไปให้กลายเป็นผลที่แน่นอน
Banker ชนะถี่กว่าเล็กน้อยเพราะจั่วหลังเห็นใบที่สามของ Player แต่กำไรมักถูกหักคอมมิชชัน ภายใต้บาคาร่า 8 สำรับและคอมมิชชัน 5% House Edge ของ Banker อยู่ที่ประมาณ 1.06% และของ Player ประมาณ 1.24% ตัวเลขนี้ไม่ใช่คำทำนายของตาหน้า
ไม่ช่วยให้ได้เปรียบเจ้ามือ มันทำให้ไม้โตเร็วเมื่อแพ้ต่อเนื่อง ทุนและลิมิตโต๊ะตัดลำดับได้ และถ้ามีคอมมิชชัน ไม้ที่ชนะอาจชดเชยไม้ที่แพ้ไม่ครบตามที่ระบบคาดไว้
ตารางบันทึกสิ่งที่จบไปแล้ว แม้ไพ่ไม่ถูกใส่คืนและส่วนผสมของสำรับจะเปลี่ยนเล็กน้อย ก็ไม่มีกฎคณิตศาสตร์บังคับให้สายยาวต้องสลับฝั่งในตาถัดไป
นับ 0 ไม่นับ 10 ไพ่ A นับ 1 ไม่นับ 11 และดอกไพ่ไม่มีผลต่อแต้มรวม
คือแต้ม 8 หรือ 9 จากไพ่สองใบแรก เมื่อเกิดแล้วตาจบทันที ทั้งสองฝั่งไม่จั่วต่อ แต้ม 8 หรือ 9 ที่มาจากไพ่สามใบไม่เรียกว่า Natural
บวกแต้มทุกใบในฝั่งนั้น แล้วใช้หลักหน่วย เช่น 7 + 8 = 15 จึงได้แต้ม 5 และ 8 + 2 = 10 จึงได้แต้ม 0 ถ้ามีใบที่สามก็บวกเพิ่มแล้วตัดหลักสิบอีกครั้ง
ช่วยให้ขนาดไม้และความเสียหายสูงสุดที่รับได้ถูกกำหนดก่อนลงเงิน เช่นทุน 1,000 บาทกับยูนิต 20 บาทคือ 2% ของก้อนนั้น มันไม่ได้ลบ House Edge และไม่ได้การันตีกำไร
หยุดตามเส้นที่ตั้งไว้ก่อนเริ่ม อย่าเพิ่มไม้เพื่อเอาคืน พัก และอย่านำเงินใช้จ่ายจำเป็นมาเติมทุน ถ้าหยุดเองไม่ได้ ให้พูดกับคนที่ไว้ใจหรือใช้ช่องทางช่วยเหลือด้านสุขภาพจิต
13
การเล่นอย่างมีความรับผิดชอบ
การพนันควรอยู่ในกรอบของความบันเทิงที่มีงบชัดเจน ไม่ใช่ทางหาเงินหรือทางแก้ปัญหาค่าใช้จ่าย ถ้าจะเล่น ให้กำหนดจำนวนเงินก่อนเริ่ม ใช้เฉพาะเงินที่เสียแล้วชีวิตประจำวันไม่สะดุด และหยุดเมื่อถึงเส้นขาดทุนหรือเส้นที่ตั้งใจพอ
อย่าไล่ตามเงินที่เสีย อย่าเล่นขณะเครียด โกรธ หรือต้องการระบายอารมณ์ และให้พักเมื่อเริ่มนับแต้มผิดหรือขยับกติกาที่ตั้งไว้เอง ถ้าความอยากเล่นเริ่มกดดันงาน การเงิน หรือความสัมพันธ์ นั่นไม่ใช่เรื่องที่สูตรคำนวณจะแก้ได้
ในประเทศไทย สายด่วนสุขภาพจิต 1323 ของกรมสุขภาพจิตเป็นช่องให้คำปรึกษาด้านสุขภาพจิต ซึ่งรวมถึงความทุกข์จากพฤติกรรมที่ควบคุมได้ยาก หน้านี้ไม่ได้สังกัดหน่วยงานนั้น และไม่ได้แทนการดูแลจากผู้เชี่ยวชาญ
สิ่งที่สูตรบาคาร่าทำได้และทำไม่ได้
สูตรช่วยให้คำนวณและวางแผนได้ชัดขึ้น แต่ไม่มีสูตรใดควบคุมผลไพ่หรือรับประกันกำไร
ถ้าต้องจำเพียงสองประโยค ให้จำข้อนี้ กติกาและตัวเลขใช้ตรวจสิ่งที่เกิดขึ้นแล้ว ส่วนตาที่ยังไม่เปิดยังเป็นความไม่แน่นอน มี House Edge ติดอยู่ และผลเก่าไม่ได้มาชำระตาใหม่